วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การตั้งถิ่นฐานในเมือง

ถิ่นฐานใดจะมีลักษณะเป็นเมืองนั้น มีองค์ประกอบในการพิจารณา โดยทั่ว ๆ ไป คือจำนวนประชากร ความหนาแน่นของประชากรและอาชีพของประชากร สำหรับประเทศไทยมิได้กำหนดสัดส่วนแน่นอน แต่ใช้นิยามของคำว่า "เทศบาล" และ "สุขาภิบาล" แทนโดยถือว่าเขตเทศบาลและเขตสุขาภิบาลเป็นเขตเมืองซึ่งในชุมชนหนึ่ง ๆ จะประกอบด้วยการใช้ที่ดินประเภทต่าง ๆ ดังนี้ ที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม เกษตรกรรมา ที่โล่งเพื่อนันทนาการ สถานบันการศึกษา สถานบันศาสนา และสถาบันราชการ
เมื่อมนุษย์อยู่รวมกลุ่มกันเป็นเมือง หากไม่มีการวางแผนการเติบโตของเมืองแล้ว ย่อมก่อให้เกิดปัญหาต่อการดำรงชีวิต การวางแผน สำหรับการเติบโตของเมืองนี้เรียกว่า การวางผังเมือง ซึ่งนับเป็นกลไกที่จำเป็นต่อการปรับปรุงสภาพปัจจุบัน และเป็นแผนรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตองค์ประกอบที่นำมาใช้ในการวางผังเมืองมีดังนี้
ก. ปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น พื้นที่เป็นที่สูง ที่ลุ่มหรือมีการทรุดตัวของพื้นดิน
ข. การเพิ่มประชากร การจำกัดจำนวนประชากร และการกระจายตัวประกรไปยังพื้นที่เป้าหมาย
ค. สังคมและเศรษฐกิจ เป็นการกำหนดขนาดของเมือง โดยนำปัจจัยทางเศรษฐกิจมาพิจารณาด้วยว่าเมืองควรมีขนาดเท่าใด ควรขยายไปในทิศทางใด เป็นต้น
ง. การใช้ประโยชน์ที่ดิน เมืองที่ขาดการวางผังและขาดการควบคุม การใช้ประโยชน์ที่ดิน ย่อมขยายตัวออกไปอย่างไร้ทิศทางและเกิดความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมทั้งก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น แผ่นดินทรุด น้ำท่วม เป็นต้น การวางผังเมืองจำเป็นต้องกำหนดย่านการใช้ประโยชน์จากที่ดินตามลักษณะกิจกรรมและความสัมพันธ์ที่มีต่อกันแล้วนำผังออกสู่การปฏิบัติเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเมืองต่อไป
จ. สิ่งแวดล้อม การพัฒนาเมืองที่ปราศจากการป้องกันหรือควบคุมปัญหาสิ่งแวดล้อมย่อมก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น